|
ส่งใบสมัครไป ทำไมเงียบหายหมด !
สมัครงานกับ JobThai อย่างไรให้ได้ผล !
อ่านก่อนมีสิทธิ์ก่อน รู้ก่อนใครได้งานก่อนใคร !
|
|
หลายคนคงแปลกใจและสงสัยว่าเหตุใดใบสมัครที่ส่งไปเป็นจำนวนมากจึงไม่มีผลตอบรับกลับมาเลย ทั้งที่คุณเองก็ได้ส่งใบสมัครออนไลน์พร้อม Resume ไปตามขั้นตอนทุกอย่าง แท้จริงแล้วคุณอาจพลาด รายละเอียดที่สำคัญไปโดยไม่รู้ตัว วันนี้ทาง JobThai.com จึงมีคำแนะนำเรื่องในนี้มาให้
ขั้นแรกผู้สมัครควรวิเคราะห์ประกาศรับสมัครงานด้วยความรอบคอบ และอ่านรายละเอียดให้หมด ซะก่อน โดยเฉพาะคุณสมบัติ ความรู้ ความสามารถ ที่บริษัทฯผู้รับสมัครต้องการ รวมทั้งเงื่อนไขวิธีการรับ สมัครที่ทางบริษัทฯ นั้นๆระบุไว้ เมื่อไตร่ตรองดูแล้ว คุณมีความสนใจในตำแหน่งนั้นๆจริงๆ ก็เตรียมตัวส่ง ใบสมัครได้เลยค่ะ
แต่อย่าลืมตรวจเช็คความถูกต้อง เรียบร้อยของ Resume ของคุณก่อนนะคะ เพราะ Resume คือ เอกสารแสดงประวัติย่อของผู้สมัครงาน ที่บอกให้ทราบถึงประวัติการทำงาน ประวัติการศึกษา และประวัติ ส่วนตัว ให้ทางบริษัทผู้รับสมัครได้ทราบ ซึ่งถือเป็นสิ่งแรกที่บริษัทจะสามารถรู้จักเราได้ ดังนั้นรายละเอียด ภายใน Resume จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งที่ไม่ควรจะละเลย เพื่อที่ใบสมัครของคุณจะไม่ถูกมองข้ามไปง่ายๆ โดยคัดเลือกข้อมูลสำคัญที่จะเป็นประโยชน์ ต่อการสมัครงานเท่านั้น ซึ่งควรมีลักษณะดังนี้
1. ข้อมูลส่วนตัว
ควรระบุไว้อย่างครบถ้วน ทั้ง ชื่อ-ที่อยู่ อายุ เบอร์โทรที่สามารถติดต่อได้ และอย่าลืมที่จะเข้ามา แก้ไขข้อมูลส่วนนี้ทุกครั้งที่มีการเปลี่ยนแปลง เพราะถึงแม้คุณจะเป็นบุคคลที่มีคุณสมบัติเพียบพร้อม อย่างไร แต่หากบริษัทที่รับสมัครไม่สามารถติดต่อคุณได้ คุณก็หมดสิทธิ์ที่จะได้งาน
2. ลักษณะของงานที่ต้องการ
มีผู้สมัครจำนวนไม่น้อยที่เรียนจบมาทางสาขาหนึ่ง แต่ต้องการที่จะทำงานในอีกสาขาหนึ่งแทน จึงควรระบุไว้ด้วยว่า คุณอยากทำงานสาขาอาชีพใด เพราะสำหรับ JOBTHAI.COM ถึงคุณจะแค่เพียงกรอก Resume ทิ้งไว้เฉยๆ ก็อาจมีบริษัทฯซึ่งเป็นสมาชิกของ JobThai.com เกิดความสนใจในคุณสมบัติของคุณ และติดต่อเรียกตัวเพื่อเข้ารับการสัมภาษณ์เลยก็เป็นได้ ส่วนเงินเดือนที่ต้องการ ก็ไม่ควรจะสูง หรือ ต่ำจนเกินไป หรืออาจระบุว่าตามแต่จะตกลงกับบริษัทก็ได้
 |
3. ประวัติการศึกษาและการฝึกอบรม
ควรแจ้งให้ชัดเจนว่าคุณเรียนจบจากสถาบันไหน คณะและสาขาอะไร ตลอดจนปีการศึกษา ที่จบด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งบุคคลที่ยังไม่เคยมีประสบการณ์ทำงานที่ใดมาก่อน แน่นอนว่าทาง บริษัทจะพิจารณาความรู้ ความสามารถของคุณจากผลการเรียนนี่เอง
|
4. ประวัติการทำงาน
ส่วนนี้เป็นส่วนที่สำคัญมาก เนื่องจากคนที่เคยมีประสบการณ์ทำงานมาก่อนย่อมได้เปรียบกว่า นักศึกษาจบใหม่อยู่แล้ว เพราะประสบการณ์เป็นสิ่งแสดงให้เห็นถึงความสามารถของเราได้เป็นอย่างดี การเขียนประวัติการทำงานที่ดี ควรเป็นข้อความสั้นๆ ดึงดูดใจ เน้นความถนัด ความสามารถพิเศษ และประสบการณ์ที่เป็นประโยชน์กับตำแหน่งงานที่จะสมัคร ตลอดจนทักษะ ความสามารถพิเศษต่าง ๆ เช่น สามารถใช้คอมพิวเตอร์โปรแกรมใดได้บ้าง, พิมพ์ดีดคล่อง, ขับรถยนต์ได้ หรือมีรถยนต์ส่วนตัว พร้อมใช้ในงาน, ความสามารถทางด้านภาษา ฯลฯ แต่จะต้องโฆษณาตนเอง ในแง่มุมที่เป็นจริงเท่านั้น
นอกจากนี้ยังมีเกร็ดเล็กๆน้อยๆอีกมากมาย เช่น
|
หมั่นเข้ามาทำการแก้ไข Resume ของตนเองให้บ่อยยิ่งขึ้น เพื่อที่ Resume ของคุณจะได้ Update อยู่ตลอดเวลา
ทุกครั้งที่มีการส่งใบสมัคร Online ควรจดรายละเอียดเก็บไว้ดู เพื่อกันลืมว่าคุณได้ส่ง ใบสมัครไปยังบริษัทใด ในตำแหน่งใดแล้วบ้าง
ไม่ควรส่งใบสมัครหลายๆตำแหน่ง ในบริษัทเดียวกันเด็ดขาด เพราะทางบริษัทฯจะ ไม่ทราบได้เลยว่าคุณต้องการสมัครในตำแหน่งใดกันแน่ และยังทำให้ดูเหมือนคุณ ไม่มีความสนใจในตำแหน่งงาน ดังกล่าวจริงจังอีกด้วย
หากคุณได้รับการติดต่อให้ไปสัมภาษณ์ ควรไปก่อนเวลานัดอย่างน้อย 15-30 นาที หรือ หากคุณไม่สามารถไปตามนัดได้ ก็ควรจะโทรแจ้งยกเลิกการนัดหมายให้เรียบร้อย เพื่อเป็นการรักษามารยาทที่ดี
หากคุณได้งานตรงใจแล้ว และไม่ต้องการที่จะเปลี่ยนงานใหม่อีก ก็ควรลบ Resume ของคุณออกเสีย เพื่อลดความเข้าใจผิดจากบริษัทฯอื่นๆ ว่าคุณยังคงหางานอยู่
|
 |
เพียงคุณปฏิบัติตามข้อแนะนำข้างต้น ก็เท่ากับคุณสร้างโอกาสที่จะได้รับการพิจารณาจาก ทางบริษัทฯต่างๆ ให้ตนเองมากขึ้นแล้ว
การหางานในปัจจุบัน เราทราบกันดีอยู่แล้วว่าไม่ใช่เรื่องง่าย ๆ ที่จะได้งานตรงตามปราถนา แต่ก็ไม่ใช่เรื่องยาก ถ้าเรารู้จักที่จะเดินหน้าเข้าไปหางานที่เราพอใจ เมื่อเรามุ่งมั่น งานที่เราต้องการก็ อยู่ไม่ไกล...